Urisa 的个人资料Dog is Dreaming....FoLLo...照片日志列表更多 ![]() | 帮助 |
|
2月23日 สายลม แสงแดด ที่หมู่เกาะสุรินทร์หมู่เกาะสุรินทร์ เคยวางแผนการว่าจะไป จะไปหลายทีละ แต่ก็พลาดซะทุกที แต่คราวนี้ไม่พลาด...เราวางแผนไว้ตั้งแต่เดือนธันวาน่ะ...ล่วงหน้าขนาดนี้ไม่มีพลาด อิอิ (แต่ก็เกือบพลาดไปไม่ทันรถน่ะ เพราะวันนั้นรถติดเหลือเกินอ่ะ นั่งรถไปสายใต้ ใช้เวลาเกือบตั้ง 2 ชั่วโมง แถมพ่อลงผิดทางอีกตะหาก เลยต้องแบกกระเป๋าเดินย้อนกลับไป จ้ำกันเกือบตาย) สมาชิกทริปนี้มี 4 คน เนื่องจากมีสมาชิกถอนตัวก่อนไปไม่กี่วันก่อนเดินทาง...การเดินทาง เราเลือกเดินทางโดยรถทัวร์ เพราะจากประสบการณ์...ของคนอื่นแล้ว วิธีนี้ง่ายสุดอ่ะ เพราะรถทัวร์จะพาเราไปลงคุระบุรี ซึ่งท่ารถที่คุระบุรี ก็จะมีร้านขายตั๋วเรือข้ามไปหมู่เกาะสุริทร์ เราก็ซื้อตั๋วเรือ และตั๋วรถขากลับที่นี่หล่ะ แล้วเค้าก็จะพาเราเข้าไปส่งที่ท่าเรือด้วย...พอไปถึงท่าเรือ เราก็ต้องเอาตั๋วเรือที่ซื้อเนี่ย แลกกะที่ทัวร์ที่นี่อีกที พร้อมทั้งเช่าอุปกรณ์ดำน้ำด้วย สำหรับคนที่ไม่เคยไป...ถ้าจะเลือกรถทัวร์ เราแนะนำลิกไนท์ทัวร์นะ เพราะเลกรูมกว้าง (หรือว่าเราขาสั้นก็ไม่รู้) ผ้าห่มสะอาด แอร์ไม่เย็นเกินไป...(ตอนขาไป ไปกะอีกเจ้า...ผ้าห่มเหม็นมากอ่ะ โอ๊ยยย...จะเป็นลม) ราคาก็เท่ากัน คือ 550 บาทต่อคนต่อเที่ยว ส่วนเรือ เราเลือกไปสปีดโบ๊ต (800 บาทต่อคนต่อเที่ยว) เพราะอยากจะไปถึงไวไว แต่ตอนขากลับ เลือกเป็นเรือช้า (600 บาทต่อคนต่อเที่ยว) เพราะกลับมาถึงไว รถทัวร์ก็จะออกตอน หกโมงกว่า หรือเกือบทุ่มอยู่อยู่ดี...อุปกรณ์ดำน้ำ แนะนำให้เช่าที่ซาบีน่าทัวร์แบบเหมาไปเลย 3 วัน 200 บาท ถ้าไปเช่าที่อุทยานฯ ก็จะเป็นวันละ 150 บาทอ่ะ... เรานั่งเรือเร็วไปถึงหมู่เกาะสุรินทร์ ด้วยกะว่า พอไปถึงจะได้นอนพักเอาแรงซะหน่อย เพราะนั่งมาในรถทัวร์มันหลับไม่ค่อยสนิทน่ะ...เพราะว่าเราจองเป็นห้องพักไว้ กว่าจะได้เข้าห้อง ก็เที่ยงกว่าน่ะ เพราะต้องรอคนที่ไปดำน้ำเที่ยวเช้ากลับมาก่อน ไม่มีอะไรทำ ก็อ่านคำแนะนำต่างๆ เช่น จะซื้ออะไรก็ตามที่นี่ ต้องใช้คูปอง, เรือเมล์จะมีรอบเช้าและบ่าย ถ้าจะไปดำน้ำ ก็มาลงชื่อไว้ ก่อนเรือออก 15 นาที ก็เดินไปที่ท่า เพื่อขึ้นเรือ, ครัวตอนเช้าจะเปิดตอน 7.30 เที่ยง 12.00 เย็น 6.30 จะกินอะไรก็สั่งไว้ก่อน แล้วรับเบอร์ไปตั้งไว้ที่โต๊ะ จะมีพนักงานเดินไปเสริฟ ถ้าจะสั่งอาหารชุดก็ต้องสั่งล่วงหน้าหนึ่งมื้อ เช่น จะกินตอนกลางวัน ก็สั่งไว้ตั้งแต่เช้า เพราะเค้าจะเตรียมพอดีที่สั่ง, ไฟสำหรับคนที่อยู่ห้องก็จะมีไฟใช้ตลอดน่ะ แต่ถ้าอยู่เต้นท์ ก็จะมีแค่ตอนหกโมงเย็นถึงสี่ทุ่ม, เช็คเอ้าท์ ต้องแจ้งล่วงหน้าก่อนเวลา 2 ทุ่ม...หลังจากนั้นก็เดินเล่น ถ่ายรูป แล้วก็แอบงีบอยู่แถวนั้น ทริปนี้ มีรูปหมู่ได้หลายใบเนื่องจากได้รับการอุปการะคุณขาตั้งกล้องจากลูกพี่ลูกน้อง ซึ่งมักจะบอกว่า ช่วยเอาไปใช้ให้คุ้มราคาที่ซื้อมาหน่อยเหอะ...เหอเหอเหออ...เราก็ช่วยเค้าใช้คุ้มนะ นอกจากจะตั้งกล้องถ่ายรูปแล้ว ยังเอามาใช้เป็นที่ตากผ้าด้วยอ่ะ 555 จนกระทั่งได้ห้องเนี่ยหล่ะ เราก็เช็คอินท์ เปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วก็มานั่งรอที่ท่าเรือ...วู้ววว...อยากเล่นน้ำจะแย่ มาที่นี่ ไม่ต้องคิดอะไรมาก มีความสุขกับบรรยากาศ และความสงบที่ได้ตัดขาดจากโลกภายนอกให้เต็มที่...ก็สัญญาณโทรศัพท์มันไม่มีอ่ะ (ยกเว้นเอไอเอสนะ)...ทริปนี้ กิจกรรมหลักคือดำน้ำ ก็ค่าเรือเมล์มันแค่ 80 บาทต่อทริป ดำมันทั้งเช้าทั้งบ่ายเลย สำหรับคนที่ว่ายน้ำไม่เป็นหรือไม่เก่งอย่างน้องเรา เจ้าหน้าที่ประจำเรือก็จะพาลากไปดูโน่น ดูนี่อ่ะ...ซึ่งเราว่าดีอ่ะ เพราะเจ้าหน้าที่เค้าจะชี้ให้ดูว่ามีตัวอะไรบ้าง...อย่างอ้อม ก็จะได้เจอปลาเก๋ายักษ์ กุ้งมังกร ปลาฉลาม, ส่วนเราลอยตัวไปเรื่อย ก็เจอแต่ปลาเล็กปลาน้อย หรือปลานกแก้วที่อยู่ในที่ไม่ลึกมาก ไม่กล้าไปลึกมากเพราะกลัวอ่ะ มันดูเว้งว้าง ว่างเปล่า ไม่มีอะไรเลย เลยตัดสินใจอยู่ตรงที่มองเห็นพื้นดีกว่าอ่ะ แต่ฉลามมันก็อยู่แถวนั้นหล่ะ...ตัวแปลกๆ ที่เจอ ก็เป็นเต่า ปลาหมึกยักษ์ ปลาไหลมอนเล่นยักษ์ ไว้ไปคราวหน้าต้องยกมือบอกว่า ว่ายน้ำไม่เป็นดีกว่า...จะได้เห็นอะไรเยอะๆ อิอิ...เที่ยวนี้กลับไปตัวดำปี๋อ่ะ กิจกรรมอื่นที่นี่มีก็คือเดินป่า สำรวจธรรมชาติ เค้าก็ได้ทำทางเดินไว้ให้แล้วหล่ะ ไม่โหดร้ายมาก เดินประมาณน่าจะสักเกือบ 2 กิโลเมตรได้ เดินจาก ช่องขาดที่เราอยู่ ไปหาดไม้งาม กะเวลาดีๆ ตอนเย็นๆ ก็จะได้ดูพระอาทิตย์ตกด้วย เราได้ไปเดินป่า ก็เพราะพี่ที่ลงเรือไปดำน้ำด้วยกันชวนเนี่ยหล่ะ วันแรกว่าจะไปกันเอง แต่มันเย็นแล้ว เราเลยยกเลิกเพราะกลัวกลับมาไม่ทันก่อนค่ำน่ะ...วันต่อมาพี่เค้าชวนเลยไปกะเค้าซะ...เราไปกันหลังจากดำน้ำบ่ายเสร็จ...ล้างตัวเสร็จ ไม่ต้องเปลี่ยนเสื้อผ้า ก็ไปกันเลย...เลยไม่ได้เอากล้องไปด้วยเลย...เดินไปฝั่งโน้น ทำให้เรารู้ว่า ที่หาดไม้งามมันสวยกว่าอ่ะ คือบริเวณจะเล็กกว่า ไม่มีบ้านพัก แต่ทรายขาวกว่า ละเอียดกว่า...ขากลับยังได้แวะดูพระอาทิตย์ตกด้วย แต่ไม่ได้เอากล้องไป ไม่เป็นไร ไว้คราวหน้าจะมาแก้ตัวใหม่ จะมานอนเต้นท์ที่นี่หล่ะ...นี่ตอนเดินกลับยังไม่ทันมืดดี เราก็เดินซุ่มซ่ามซะละ...หัวโหม่งต้นไม้โครมเบ่อเร่มน่ะ เสียงดังสนั่นป่าขนาดนั้น แต่หัวไม่แตก...สงสัย แอบเป็นคนหัวแข็งแหงเลย 555 ส่วนกิจกรรมสุดท้ายที่เราทำก็คือ นั่งเม้าท์...เราก็ไม่ได้นั่งเม้าท์แค่คนที่ไปด้วย แต่เผอิญเจอพี่ๆ ลุงแล้วก็ป้า ที่ลงเรือลำเดียวกันซึ่งอัธยาศัยดีกันทั้งนั้น เราก็นั่งเม้าท์กัน ได้เป็นวรรคเป็นเวรน่ะ...อย่างพี่ป้อมนักดำน้ำตัวยงเนี่ย...แกชอบดำน้ำมากถึงขนาดหาวิธีที่ทำให้ได้มาบ่อยๆ อยู่ได้นานๆ เลยนะเนี่ย...ก็เป็นแนวคิดให้เราเหมือนกัน...เราคงทำอย่างนั้นไม่ได้เพราะพ่อแม่ไม่สามารถให้เราเกาะได้ แกเลยบอกว่า เราจะไปเกาะคนอื่นได้ไง ต้องสร้างเกาะของเราเองสิ...อืมม...ตอนนี้อุ๊กะอ้อมเลยพยายามหาวิธีสร้างเกาะอยู่เนี่ย...เพื่อจะได้อยากทำอะไรก็ทำ อยากไปเที่ยวนานๆ ก็ไปน่ะ ทริปนี้ถือว่า เป็นแฮปปี้ทริปมากๆ อ่ะ นอกจากจะได้มาเที่ยวดำน้ำ บรรยากาศใต้น้ำสวยๆ ละ (ซึ่งก่อนซึนามิ น่าจะสวยกว่านี้นะ เพราะที่ไปดูบางที มันก็เป็นเหมือนสุสานปะการังน่ะ ส่วนบางที เหมือนปะการังเริ่มฟื้นตัว พอแดดส่องลงไปใต้น้ำ ก็จะเป็นสีฟ้าๆ สวยดีอ่ะ) ยังได้เจอมิตรภาพดีๆ จากชาวทริปที่มากันจากคนละทิศละทาง แต่เผอิญมาลงเรือไปดำน้ำลำเดียวกัน พูดคุยกันสนุกสนาน...อย่างลุงกะป้า เนี่ยสุดยอดเลย...จูงมือกันมา 2 คนตายายมาเที่ยวที่นี่...ตอนกลับเรากลับเรือลำเดียวกัน แกยังมีน้ำใจจะไปส่งไปเราที่ท่ารถ เพราะแกขับรถมาเองจากชลบุรี แล้วยังชวนไปเที่ยวกะแกต่ออีกน่ะ แกว่าจะเที่ยวอีก 2 วันค่อยกลับชลบุรี หรืออย่างพี่ป้อมนักดำน้ำตัวยง...แกมาอยู่ที่นี่เป็นอาทิตย์ๆ น่ะ มีความสุขกับการอยู่เกาะ มีความสุขที่ได้คุยกะคนใหม่ๆ ถ้าหมดสนุก หรือตังค์หมด แกก็กลับบ้าน แล้วค่อยมาเที่ยวใหม่ หรือพี่ไก่ตามเค้ามาเที่ยว ลงเรือลำเดียวกัน ก็ชวนมีน้ำใจชวนกันไปเดินป่าน่ะ...ถ้ามีโอกาส...ครั้งหน้าเจอกันที่หมู่เกาะสุรินทร์อีกนะคะ 12月15日 แอ่ววเหนือจริงๆ แล้วทริปนี้เริ่มมาจากการพูดคุยจะไปทริปสังขละบุรี...ซึ่งเพื่อนที่อยากจะไปปาย ก็หยอดความอยากของตัวเองลงไปขณะที่คุยกัน และเมื่อมีคนเสนอ ก็มีคนสนองซะงั้น เลยเกิดเป็นทริปนี้เกิดขึ้น
ทริปนี้เริ่มขึ้นวันที่ 29 พ.ย. - 5 ธ.ค.
ทริปนี้เป็นทริปที่ชิลด์สุดๆ อ่ะ ไม่สนใจเรื่องเวลามากนัก เช็คอินน์ค่ำทุกครั้ง เช็คเอ้าท์เลททุกครั้ง กินกาแฟมันทุกวัน จิบไวน์กันเกือบทุกเย็น (ถ้าร่างกายไหว) ถ่ายรูปกันเป็นพัลวัน...รายละเอียดของทริป กับรูปที่มากกว่านี้ อัพไว้ที่นี่จ้า http://urisa.multiply.com/photos 11月1日 สังขละบุรี - ทองผาภูมิจิงๆ อยากเขียนเล่าที่บล๊อกนี้นะ แต่ว่าเขียนเอาไว้แล้วที่ multiply อ่ะ เอาเป็นว่า ลงแต่รูป ถ้าใครสนใจรายละเอียด ก็นี่เลยจ้า...
10月22日 แต่งงานกันอีกละหลังจากที่ไม่ได้อัพบล๊อกมานาน...ก็ได้ฤกษ์ซะที
หลังจากกลับมาจาก outing กับที่บริษัท ก็แวะเข้ามาเช็คเมล์ซะหน่อย...เอ๊ะ! ทำไม เพื่อนๆ เรามันตอบเมล์อะไรกันหลายฉบับขนาดนี้เนี่ย พอเปิดเข้าไปอ่าน...พระเจ้าช่วยกล้วยทอด...เพื่อนจะแต่งงานเดือน 11 นี้ละ เหอ เหอ เหอ...แต่งอีกแล้วเหรอเนี่ย...เดือน 11...งานแต่งงานที่ 4 ของเดือนนี้นะเนี่ยย...
สรุปพวกเราก็นัดเจอกันไปรับการ์ดแต่งงานที่เซนทรัลเวิร์ล...จากที่ไม่ค่อยได้เจอกัน...นอกจากจะกินแล้ว เราก็ยังเม้าท์มันส์กันทะลุ 4 ชั่วโมง...พูดกันเล่นๆ ว่า นัดกันครั้งต่อไป คงจะเหลือแค่ 3 คน...ฮือออ...
การ์แต่งงาน
โฉมหน้าผู้ที่จะแต่งงานทั้งหลาย
สองคนนี้โสดดด...
ว่าที่เจ้าบ่าว-เจ้าสาว
โสดดด..อีกละ
ก้อก็จะแต่งงานเดือนมกราละ
อีกหน่อยแก๊งคงจะแตกละ
นี่อุ๊(จิต) ไม่ได้เจอมาชาตินึงละ...ดีนะที่มลจะแต่งงาน ไม่งั้นก็คงยังไม่ได้เจอต่อไปน่ะ
อ่ะ...ลืมไป โสดอีกหนึ่งหน่อ
8月19日 แว่นกันแดดด หลังจากที่เมื่อวาน ไปไล่ดูบ้านมา...ทำให้เรารู้ว่า เราคงไม่เหมาะที่จะไปอยู่ไกลๆ อย่างน้านเป็นแน่ เพราะชีวิตเราทุกวันนี้อยู่ในเมืองอ่ะ
บ้านที่ไปดูมา ก็สวยดีนะ เสียแต่ว่า หลังเล็กไปหน่อยน่ะ (แฮะ แฮะ สามล้านกว่า มันจะใหญ่โตแค่ไหนกันเชียว) ตอนไปดูแดดก็ร้อนหล่ะ เราก็ใส่แว่นกันแดดไว้ ปรากฏว่า ถอดออกมาเช็ดเหงื่อ...จ๊ากกกกก...น๊อตหลุดหายไปไหน 1 ตัวเนี่ย ดีนะเนี่ย แค่ตัวเดียว เลนส์เลยยังไม่หลุดน่ะ แต่ก็แอบเซ็ง แมร่งงงง...ตรูต้องเอาแว่นไปซ่อมเหรอเนี่ย...ถ้าเป็นแว่นถูกๆ จะทิ้งแล้วซื้อใหม่เลย แต่นี่มันหลายตังค์อยู่อ่ะ
เอาวะ วันอาทิตย์ วันลงประชามติ ไม่ต้องไปสนหน้าอินทร์ หน้าพรหม หน้าไหน ฉานนนจะเอาแว่นไปซ๋อม อืออออๆๆๆ
"ตุม..วันนี้แกว่างป่ะ ไปสยามกัน"
"วันนี้ฉันตั้งอทำงานว่ะ"
"เออ ไม่เป็นไร ไว้ว่างๆ ก่อนก็ได้"
"เกด...วันนี้เราว่าง ไปสยามกันป่ะ เห็นเมื่อวานโทรมาชวนกินข้าวแต่เราไม่ว่างไง"
"เออ..อุ๊..เดี๋ยวเราจะไปใช้สิทธิ แล้วต้องไปงานแต่งงานเพื่อนด้วยอ่ะ"
เหอออ...วันนี้มันเป็นวันอารายฟะ ชวนใครก็ไม่มีใครว่าง เออ ไปคนเดียวก็ได้ฟะ
"พี่บุ๋ม...ทำงานป่ะ ตอนนี้อุ๊อยู่สยาม มากินข้าวกัน"
"ไม่ได้ทำ แต่มีธุระอ่ะ"
เอออ...สรุปวันนี้ข้าพเจ้าฉายเดี่ยวก็ได้ฟะ
หลังจากที่ส่งน้องแว่นไปให้ช่าง ซึ่งยังไม่มีกำหนดกลับ เราก็เออ มาแล้วไปซื้อรองเท้าหน่อยฟะ รองเท้าพังมิพังแหล่ละ ลองไปลองมา ได้มาหนึ่งคู่ เหออ บ่าย 2 ละ หิวละ ไปหาอะไรกินดีกว่า
เฮ้อออ การหาอะไรกินคนเดียวเนี่ย...มันจะอร่อยมะฟะเนี่ย เอาวะ...อยากกินพิซซ่าอ่ะ...เลยเดินหน้าตาเฉย เข้าไปสั่งพิซซ่า บางกรอบหนึ่งถาดกลาง (แบบบางถาดเล็กเค้าไม่ขายอ่ะ)
คนอื่นมากินพิซซ่าไม่เห็นมาคนเดียวเลยแฮะ...เขินนิดหน่อย แต่ไม่เป็นไร ความเขินมันกินมะได้ เลยนั่งกินพิซซ่าคนเดียว ไป 4 ชิ้น เหลือ 2 ชิ้นใส่กล่องกลับบ้านน่ะ
วันนี้เราเลยได้บทเรียนว่า...พิซซ่า 1 ถาดกลางสั่งมากินคนเดียวได้ เหลือ 2 ชิ้น เอากลับไปกินที่บ้าน อิอิ
8月8日 มากกว่ารัก...พออ่าน Title เรื่องนี้คงต้องมีคนแอบคิดอีกแน่เลยว่า...เอ้ยยย เพื่อนตรูไปตกหลุมรักกะครายยฟะ...
มะใช่ มะใช่...ถ้ามีให้ตกเนี่ย เพื่อนจะป่าวประกาศเองเลยนะ อิอิ (ตอนนี้สะสมทองได้เยอะ พอจะสร้างคานได้ละ แต่ไม่ค่อยอยากจะสร้างเท่าไหร่อ่ะ)
แบบว่า เมื่อเช้านี้ขับรถไปทำงาน ตอนออกจากบ้านก็ฝนตกละ คิดในใจว่า รถต้องติดแน่เลยเว้ยย...ปรากฏว่า เอ๊ะ รถมะติดแฮะ ดีใจ ดีใจ ขับไปจนจะถึงที่ทำงานอยู่หล่ะ อีกจิ๊ดดดด เดียวเท่านั้นอ่ะ รถติดอยู่หน้าที่ทำงานประมาณ 20 นาทีได้ เฮ้อออ....เลยได้นั่งเฉยๆ ฟังเพลงอย่างตั้งใจอ่ะ แล้วก็มาสะดุดกะเพลงนี้ เอออ เมื่อไหร่จะมีคนมาพูดกะฉานอย่างนี้บ้างฟระ...รถติด ฝนตก...เราก็พลอยจิตตกไปด้วยเลย เหอ เหอ เหอ...
เพลงนี้ของอีตาพีท เดอะ สตาร์น่ะ แบบเพลงเค้าคงออกมานานแล้วหล่ะ ซีดีแผ่นนี้เพื่อนก็ยกให้มาพักนึงละ ฟังไปก็ตั้งหลายรอบละ แต่เพิ่งจะได้ฟังแบบตั้งใจก็วันนี้หล่ะ เพราะดี ฟังตอนฝนตก รถติด จิตตกดีน่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า
มากกว่ารัก / พีท เดอะ สตาร์
ก่อนเคยเหงา เคยรู้สึกเหว่ว้า เคยมองหา ความรักนั้นมันอยู่ที่ใด โลกใบใหญ่เหลือเกิน มีผู้คนอยู่มากมาย แต่หัวใจมันกลับเหงาขึ้นทุกที
แต่เมื่อฉันได้พบกับเธอ สิ่งที่เธอให้ฉันไม่รู้มันคืออะไร โลกใบใหญ่ใบเดิม กลับไม่เคยต้องเหงาใจ แค่ฉันนั้นยังมีเธออยู่ตรงนี้
เธอเป็นมากกว่ารัก เพราะเธอนั้นคือครึ่งชีวิต ฉันใช้เวลาทั้งชีวิต เพื่อตามหาและรอคอยเธอมาแสนนาน และสุดท้ายก็เจอ ว่าเธอคือทุกอย่างที่เติมเต็มหัวใจ จากนี้ทุกลมหายใจฉันคือเธอ
หากว่าเธอนั้นคือความรักก็เป็นรักที่ดีจนไม่มีคำบรรยาย ช่างโชคดีเหลือเกิน ที่มีเธอเดินข้างกาย ชีวิตนั้นได้เติมเต็มสิ่งที่ขาดหาย
เธอเป็นมากกว่ารัก เพราะเธอนั้นคือครึ่งชีวิต ฉันใช้เวลาทั้งชีวิต เพื่อตามหาและรอคอยเธอมาแสนนาน และสุดท้ายก็เจอ ว่าเธอคือทุกอย่างที่เติมเต็มหัวใจ จากนี้ทุกลมหายใจฉันคือเธอ 7月10日 เคืองเจงงงง เจงงหลังจากที่ว่าจะเอารถเข้าไปซ่อมเมื่อวันเสาร์ เพราะว่ามีเสียงดังก๊อกๆ ที่ด้านท้ายรถเวลาขึ้นหลังเต่า วันเสาร์ก็ไม่ได้ไปซ่อม เลยเอาไปซ่อมที่ ศูนย์โตโยต้า ข้างๆ ตึกบริษัท
รีบตื่นแต่เช้าเลยยย...นัดส่งรถแปดโมง แต่ไปถึงประมาณ 7.40 ก็มีคนมารับรถ สักพัก ช่างก็มา บอกว่าให้ลองขับดูว่า เสียงเป็นไง ดังมาจากตรงไหน ช่างก็บอกทางเสร็จสรรพว่า ตรงไหนมีหลังเต่า เราก็ขับพลาง ปากก็เล่าอาการพลาง พอขึ้นหลังเต่า ก็เน้นย้ำว่า เนี่ย เนี่ย เสียงอย่างเงี้ยะ ดังมาจากข้างหลัง ช่างก็ได้แต่ ครับ ครับ เดี๋ยวต้องยกรถดูอีกทีนะครับ ว่าเป็นตรงไหน แล้วเดี๋ยวจะโทรไปแจ้งว่า เป็นอะไร ค่าซ่อมเท่าไหร่ เราก็โอเค ได้ได้
สักเก้าโมงครึ่ง ช่างก็โทรมาแจ้งบอกว่า ตัวบังคับเลี้ยวพวงมาลัยน่ะหลวม เพราะว่ามันเก่าแล้ว ถ้าเปลี่ยนเนี่ย ค่าอะไหล่ 2,160 บาท ค่าแรง 400 ยังไม่รวม VAT ถ้าคอนเฟิร์มซ่อมตอนนี้ ก็จะสั่งอะไหล่เลยให้มาก่อนเที่ยง เย็นนี้ ก่อน 5 โมงเราก็จะรับรถได้เรียบร้อย เราก้อคอนเฟิร์มทันที
ห้าโมงเย็น เราก็ไปรับรถ ช่างบอกว่า ต้องขับวนอีกรอบมั้ย เราขี้เกียจวนมาส่งเค้าอ่ะ เลย...เออ ไม่เป็นไรดีกว่า เพราะเข้าทองหล่อมันทางกลับบ้านอยู่แล้ว ถ้ามีปัญหาอะไรเดี๋ยวไว้โทรมาแจ้งละกัน ช่างก็บอกว่า ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมโทรติดตามผลเอง อืม อืม...บริการประทับจายยจริงๆ อ่ะ
เราก็ขับกลับบ้านด้วยความสบายใจ ไร้ซึ่งเสียงดังรบกวนโสตประสาท และรบกวนจิตใจที่ว่า...มันจะหลุดเป็นชิ้นๆ มะเนี่ยยยย
แต่วันนี้ตอน 5 โมง ก็มีเรื่องให้เซ็งเกิดขึ้น ไม่มีใครขับรถมาชนให้ได้รับความเสียหาย หรือว่ารถไม่ได้ถูกงัด แต่ว่า มีเมล์มาแจ้งแก่พนักงานซีเมนส์ว่า
พนักงานซีเมนส์ที่ใช้รถโตโยต้า หากนำรถเข้าซ่อมที่ศูนย์โตโยต้า ธนบุรี สาขาเพชรบุรี จะได้รับส่วนลดค่าอะไหล่ 10% ถ้าแสดงบัตรพนักงานอ่ะ
แง๊บบบ...จริงๆ มันก็แค่ สองร้อยกว่าบาทอ่ะนะ แต่มันเคืองอ่ะ...จดหมายลงวันที่เดือนที่แล้ว...ทำไมไม่ส่งมาให้เค้าเร็วกว่านี้อ่ะ - -'
7月5日 ชีวิตวันนี้ตั้งแต่ทำงานที่ซีเมนส์มา อาทิตย์นี้เป็นอาทิตย์ที่เวลาผ่านไปไว้มั่ก มั่ก...ทำไมอ่ะเหรอ...ก็มีงานทำแล้วอ่ะดิ
หลังจากที่ว่างงานมาเป็นเวลา 2 เดือน นายคงเล็งเห็นแล้วว่า ขืนให้มันนั่งว่างงานต่อไป นอกจากจะต้องจ่ายตังค์ค่าเลี้ยงดูรายเดือนแล้ว สมองอาจจฝ่อเอาได้เนื่องจากไม่มีอะไรใหม่ๆ เข้าหัวเลย ดังนั้น ก็เลยจัดการฝากให้ไปทำงานกะทีมซัพพอร์ท แล้วทีมซัพพอร์ทเค้าทำอะไรเหรอ...ชื่อก็บอกอยู่แล้ววว...ทีมนี้เค้าจะให้คำแนะนำถ้ายูสเซอร์มีปัญหาติดขัดในการทำงานเกี่ยวกะระบบ SAP แล้วก็ยังมีทำคอนฟิกบางส่วนเพิ่มเติมถ้าลูกค้าต้องการ (แล้วยอมจ่ายตังค์)
ตั้งแต่วันจันทร์ เราก็ได้รับ issue เรื่อยๆ ง่ายบ้าง ยากบ้าง...แต่ก็ไม่เป็นไร นอกจากหัวสมองของเราแล้ว เรายังมีปากน่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า ถ้าไม่รู้ คิดอะไรไม่ออกจริงๆ ก็...ถามเอาโล้ดดด น่ะ การแก้ปัญหาให้ยูสเซอร์ จะว่ายากก็ยาก จะว่าง่ายก็ง่าย...คือ บางทีเราก็ไม่รู้ว่าเค้าทำอะไรมา มันถึงได้เกิดปัญหา แล้วก็ต้องทำตัวเป็นนักสืบน่ะ ตั้งสมมติฐานว่าเค้าน่าจะทำอะไรผิด แล้วก็ลองค้นหาดูว่า มันมีหลักฐานตรงตามสมมติฐานของเรามั้ย ถ้าใช่ เค้าควรจะแก้ไขอย่างไร...งานนี้มันก็สนุกอย่างนี้หล่ะ...นั่งทำเพลินๆ นี่วันพฤหัสละ...จะได้พักผ่อนอีกแล้วววว เย้ยยยยย!!!
แต่วันเสาร์นี้คงจะไม่ได้พักผ่อนเต็มที่เท่าไหร่หรอก ต้องเอารถไปเข้าอู่...เฮ้อออ...ทำไงได้ รถมันเก่าแล้วนิ...ขับช้าๆ ขึ้นหลังเต่า มันดังกึกๆ...ฟังทุกวันๆ ก็กลัวมันจะหลุดออกมาเป็นชิ้นๆ อ่ะดิ เลยเอาไปเข้าอู่ดีกว่า...ไม่รู้จะเสียตังค์เท่าไหร่ - -' 7月1日 สปาเกตตี้ช่วงนี้เป็นอะไรก็ไม่รู้ อยากกินอาหารเส้นๆ...หลังจากที่กินบะหมีกึ่งสำเร็จรูปมาทุกอาทิตย์ (แบบเสาร์-อาทิตย์ อยู่บ้านทีไร มันอยากกินทุกทีอ่ะ)...กินมันทุกรสแล้ว...ก็ยังไม่ได้เบื่อมันหรอกนะ เนี่ยยังซื้อติดบ้านไว้เลย เผื่อวันเสาร์-อาทิตย์ไม่ได้ไปไหนจะได้กินอีก เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาก็ยังไปกินสปาเกตตี้กะเพื่อนๆ อีก แง๊บบ แงบบ...อาหย่อยยย...
แต่ด้วยความกระแดะของตัวเอง คิดว่า ไอ้อาหารเส้นๆ อย่างนี้เนี่ย มันไม่น่าจะทำยากเลยนะ น่าจะทำเองให้อร่อยได้...ว่าแล้ว ก็เข้าห้องก้นครัวของพันทิพ หา หา หา หาสูตรการทำสปาเกตตี้อร่อยๆ อ่านไปอ่านมา...ก็ไม่ได้สักสูตร คือจริงๆ แล้ว มันคงแล้วแต่คนชอบมากกว่า ว่าจะทำกินยังไง...แต่ยังไง ก็ต้องรู้วิธีลวกเส้นให้ไม่เละ และไม่แข็งเกินไปหล่ะ...อืมม...อ่านเข้าใจละว่า ลวกเส้นต้องทำยังไง ตอนแรกก็ไม่ได้กะว่าจะทำกินวันนี้เลย แต่เผอิ๊ญ เผอิญ...แม่ไม่อยู่บ้าน พาหมาไปให้น้ำเกลือที่โรงพยาบาล ด้วยความหิว เลยตัดสินใจว่า เป็นไง เป็นกัน ทำอาหารกินเอง มันจะยากอะไร...เดินไปบอกพ่อที่ยังมะได้กินข้าวกลางวันเหมือนว่า...ป๊า อุ๊อยากกินสปาเกตตี้ เดี๋ยวไปซื้อของมาทำนะ รอนะ เดี๋ยวจะทำให้กิน พ่อก็งง งง พยักหน้าหยึกๆ คงจะคิดในใจว่า...เอออ...มันจะกินได้มั้ยน้ออออ อ่ะ
พอบอกพ่อเสร็จก็ขับรถบึ่งไปโลตัส...ที่รีบมะใช่อยากจะลองทำหรืออะไรหรอกนะ แต่แบบ หิวอ่ะ จะบ่ายสองแล้วยังมะได้กินข้าวกลางวันเลย...เลือกซื้อของอย่างรวดเร็ว ไม่เร็วได้ไง ก็ท่องมาจากบ้านแล้วว่า จะต้องโยนอะไรใส่ตะกร้าบ้าง ไม่นานของที่ต้องการก็มารวมตัวกันอยู่ที่เคาท์เตอร์คิดเงิน มีเส้นสปาเกตตี้ (แน่นนอนหล่ะอยากกินนิ) เบคอน ทูน่า เห็ดเข็มทอง พริกไทยดำ แล้วก็มาม่าโอเรีนลทัลคิทเช่น รสฮ๊อตแอนด์สไปซี่น่ะ อันนี้เป็นแผนสอง...เผื่อแผนแรกทำแล้วรับประทานมะลง...จะได้ไม่อดตายอ่ะ สรุปจ่ายเงินไป สองร้อยกว่าบาท
พอกลับมาถึงบ้าน พ่อบอกว่า ไปรับแม่ได้แล้ว หมาให้น้ำเกลือเสร็จแล้ว...วุ้ยยย...เพิ่งดับเครื่องเสร็จก็ต้องออกไปอีกละ...อ่ะ ก็บึงไปรับแม่ที่โรงพยาบาลสัตว์ที่จุฬา ไปถึงน้ำเกลือเหลืออีกนิดนึง ก็นั่งรอกันสักพัก ก็ได้กลับบ้านมากินข้าวซะที
เลยบอกแม่ว่า เนี่ยเดี๋ยวจะทำสปาเกตตี้อ่ะ แม่ยังมะได้กินข้าวกลางวันใช่ป่ะ จะได้ทำเผื่อเลยนะ แม่ว่า เออ ทำเผื่อแม่ด้วยนะ...อ้ออ ได้เล้ยยย...มีหนูทดลองหลายตัว ฮ่าฮ่าฮ่า
ว่าแล้วก็จัดการต้มเส้นสปาเกตตี้ อืมม หลังซองบอกว่า 10 นาที ได้ได้ ระหว่างที่ต้ม 10 นาที เพื่อไม่ให้เสียเวลาก็ สับกระเทียม หั่นพริก ล้างเห็ดเข็มทอง ทอดเบคอน (อ้อ ลืมบอกไปว่า ไม่ได้ทำสปาเกตตี้ครีมนะ แต่จะทำผัดพริกกระเทียมน่ะ ไม่อยากเลี่ยน เพราะไม่ได้มีไวน์มากลั้วคอ เอิ๊กกก) พอทุกอย่างเรียบร้อย ก็ได้เวลาผัดละ...แม่โผล่แว๊บมาพอดี เลยจัดการช่วยๆ ผัด ผัด ผัด เราก็โยนโน่น ใส่นี่ลงไป...เรียบร้อยละเลยลองชิมดู แม่บอกว่ายังไม่เค็ม ได้ได้ ไม่เค็มก็ใส่เกลือ...ทำท่าคุณหมึกแดงเลย...เทเกลือใส่มือ แล้วโยนน...พอเสร็จ ก็ใส่พริกไทยดำหน่อย วางเบคอนไว้ที่หน้า แง๊บบบ น่ากินจังเยยย...
แต่พอเวลากินจิงๆ...
อุ๊ : อืมม...อร่อยดีนะ แต่แม่ว่ามันเค็มไปป่ะ...
แม่ : อืมม...เค็มไปนิดน่ะ สงสัยจะเค็มทูน่าแน่เลย เมื่อกี้ใส่ทูน่าไป น้ำมันในกระป๋องก็ไหลลงไปด้วย
อุ๊ : มันไปหน่อยเนอะ
แม่ : มันไอ้เจ้าน้ำมันทูน่าเนี่ยหล่ะ
อุ๊ : แม่ แล้วทำไมเส้นมันไม่ยาวเลยอ่ะ อุ๊ว่า อุ๊มะได้หักนะตอนต้มน่ะ แม่ตัดมันเหรอ
แม่ : เออ ฉันไม่ชอบกินยาวๆ น่ะ กินลำบาก ฉันเลยตัดมันทั้งกะทะก่อนตักขึ้นมาน่ะ
อุ๊ : - -"
โธ่ แม่จ๋า เค้าอยากกินอาหารเส้นๆ นิหน่า ถ้าสปาเกตตี้เส้นไม่ยาวมันจะอร่อยอะไรหล่ะ
ส่วนพ่อเพิ่งมานั่งกิน...ไม่บ่นอะไรเลยสักคำ
อุ๊ : เค็มป่ะป๊า
ป๊า : ไม่นะ...กำลังกิน
อุ๊ : เส้นเละไปป่ะ
ป๊า : ไม่นะ...กำลังกิน
อุ๊ : มันไปหน่อยป่ะ
ป๊า : นิดหน่อย
อืมม...คราวต่อไป ทำอะไรเนี่ย ให้ป๊าให้ความเห็นมะได้ละ ลิ้นจระเข้ กินง่ายอย่างนี้ คนทำก็ไม่ได้ปรับปรุงอ่ะดิ - -
สรุปว่า สปาเกตตี้วันนี้ คะแนนความอร่อยจาก 5 ได้ไป 3 ละกัน แหม แหม แหม ไม่ได้ เข้าข้างตัวเองนะ จริงๆ แล้วมันก็อร่อยหล่ะ เพียงแต่ มันยังมีความไม่พอดี ไม่กลมกลืน เนื่องจากทำครั้งแรกน่ะ แต่รับรองทำครั้งต่อไป เจ๋งกว่านี้แน่อ่ะ
ยังเหลือเส้นอยู่เลย คิดต่อไปเลยดีกว่า อาทิตย์หน้า เป็นสปาเกตตี้อะไรดีน้อออ...หุ หุ หุ... 6月24日 งานแต่งงานก่อนหน้านี้ประมาณเดือนนึงละ รุ่นพี่ที่เรียนที่ธรรมศาสตร์ ได้ส่งเสียงตามสายมาชวนไปงานแต่งงาน ตอนแรกก็คิดอยู่เหมือนกันว่าจะไปดีมั้ยน้อออ..."มานะน้องอุ๊ เนี่ยพี่ๆ เพื่อนๆ มาเยอะมากเลย จะได้ไม่ต้องเสียตังค์ทำเลี้ยงรุ่นกันไง" อืมมม...มีเหตุผลลลล...
วันที่ 23 มิถุนายน ซึ่งเป็นวันแต่งงงานของพี่เค้า...อย่างที่พี่เค้าว่า เหมือนงานเลี้ยงรุ่นของพวกเราเลยจริงๆ...ฮ่าฮ่าฮ่า...งานเลี้ยงเป็นแบบคอกเทล แต่มีพวกเราเนี้ยหล่ะ...ยืนมันข้างเวทีเลยยย แล้วก็มีโต๊ะ ยืนกิน ยืนเม้าท์ กันอย่างสบายอารมณ์ที่สุด...
ไปงานแต่งงานทีไร ก็มักจะอินทุกครั้งเลยแฮะ...ครั้งนี้ก็เหมือนกัน...เจ้าบ่าวน่ารักชะมัด...สไตล์เกาหลีเลย แต่เป็นทหารอากาศ หน้าตาอินเทรนสุดๆ น่ะ อิอิ ส่วนเจ้าสาวน่ะ ตัวเล็ก น่ารักตามสไตล์ของเค้ามาตั้งแต่มหาวิทยาลัยแล้ว...
นอกจากอาหารแล้ว...บรรยากาศของงานนี้ก็ น่ารัก และอบอุ่น...ตอนที่มีผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายกล่าวอวยพร ไฟสลัวๆ แล้วบริกรก็นำเทียนที่ใส่แก้วเดินแจก...ทำให้บรรยากาศ โรแมนติกแล้วก็ดูอบอุ่นดีอ่ะ อีกพิธีนึงที่ชอบมากๆ...ก็เดินลอดสุ้มกระบี่ไง...เท่ชะมัด...ทำให้เราคิดอยากมีแฟนเป็นทหารตะหงิดๆ เลย อิอิ
งานนี้นอกจากของชำร่วยที่แจกแล้ว...เจ้าภาพยังแจกรูปอีกด้วย...โดยการเอาคอม เอาพริ้นเตอร์มาตั้งเลย...พอถ่ายรูปกะคู่บ่าวสาวเสร็จ ก็จะได้รับเบอร์ ถ้าอยากได้รูปเป็นที่ระลึก ก็เอาเบอร์เนี้ยไปขอให้เค้าพิมพ์ให้น่ะ...เก๋ชะมัด...
หลังจากร่ำลาเพื่อนๆ แล้ววันนี้ก็กลับบ้านด้วยความอิ่ม(ท้อง)ใจ...แล้วเพลงเฝ้าคอยของพี่ปั่นก็ดังขึ้นมาในใจ...สงสัยเราต้องคอยต่อไปมั้งเนี่ยยย...
6月21日 เทรนนิ่งผ่านไป 4 วันกะ SPIRIDON ACADEMY...อเคเดมี่นี้ ไม่ได้มีไว้คัดเลือกนักร้อง แต่เป็นโรงเรียนน้อยๆ ของซีเมนส์ ในการสอนภาพรวมๆ ของระบบ SAP ซึ่งเป็น ERP ที่นิยมใช้กันตัวหนึ่ง เทรนเนอร์แต่ละคน ก็จะเป็นคนที่ทำงานในแต่ละ module ของระบบนี้
สามวันแรกของการเทรนนั้น...เราก็ได้รับความรู้เพิ่มเติมขึ้นมาบ้าง...แต่วันที่ 4 นี่อ่ะดิ...โอ้ววว...ทำไมช่างนรกอย่างนี้...
ไม่ใช่เพราะเนื้อหาเยอะ...ไม่ใช่เพราะเนื้อหายาก...แต่คนสอนอ่ะดิ...ไม่รู้เพ่ จะรีบขับสิบล้อไปส่งของจังหวัดไหน...สอนอย่างเร็ว...สไลด์ 120 หน้า สอนจบได้ภายใน 20 นาที แม้กระทั่ง คนที่ทำ module นั้นเอง ยังเดินออกมาเกาหัวแบบงงๆ ว่า เมื่อกี้ตรูเรียนอะไรไปวะ
รู้แล้วหล่ะครับทั่นนน...ว่าทุกคนมีประสบการณ์ด้าน SAP แต่นี่มีหลายคน จากหลาย module นะเฟ้ยยย...จะให้คนไฟแนนซ์ เข้าใจเรื่อง inventory management ง่ายๆ ได้ไง...จะให้คน SD เข้าใจเรื่อง inventory management ง่ายๆ ได้ไง...พี่เล่นพูด 2 ประโยค สำหรับสไลด์หนึ่งหน้าซึ่งบรรจุตัวหนังสืออย่างน้อย 15 บรรทัดเนี่ยนะ...อันไหนนึกไม่อยากพูดก็ไม่พูดซะง้านนอ่ะ...งี้ ส่งไฟล์มาแล้วให้ไปอ่านทำความเข้าใจเองดีกว่าม้างงงเนี่ยยย...ไม่เสียเวลา เสียอารมณ์ด้วย อ่ะ เหออออ....
6月14日 งาน ง๊านน งานเย้ยยย...ในที่สุดนายก็หาอะไรให้ทำจนได้ หลังจากนั่งว่างมาเดือนกว่าๆ
ไม่รู้ว่านายให้ทำเพราะว่า อยากให้เรียนรู้ หรือว่า ให้ทำเพราะว่า ต้องการย้ายเราออกจากชั้น 9 เป็นการชั่วคราวก่อนนน...เรื่องมันมีอยู่ว่า...ช่วงนี้มีโปรเจคเข้ามา แต่เราไม่ได้ทำโปรเจคนี้...แต่เอาคนจากทีมซัพพอร์ทมาทำ และคนเหล่านั้น จากที่นั่งอยู่ชั้น 36 ก็ต้องย้ายลงมานั่งชั้น 9 ซึ่งที่นั่งน้อยนิด ดังนั้น...การที่จะทำให้ที่นั่งชั้น 9 ว่าง ก็ต้องเอาคนชึ้น 9 ออกไปไว้ที่อื่น ซึ่งก็เป็นบุญมาวาสนา (ถีบ) ส่งของเรา ให้ได้ระเห็จไปช่วยทีมซัพพอร์ทชั้น 36 ระหว่างที่ยังไม่มีงานโปรเจค...อย่างน้อย...ก็น่าจะได้ทำอะไรบ้างหล่ะวะ
ผ่านมา 2 วัน จึงพบว่า การที่นั่งชั้น 9 หรือ ชั้น 36 ก็ไม่ต่างกันเล้ยยยย...ตอนนี้ยังไม่มี issue อะไรให้ทำ ดังนั้น...เราก็นั่งทำเทสเคสของเราต่อไป เรียกได้ว่า เป็นการย้ายที่ทำเทสเคสนั่นเอง - -'
แต่การย้ายชั้นชั่วคราวก็มีเรื่องดี ดี เหมือนกันแฮะ เราก็ได้ รู้จักกับทีมที่ทำซัพพอร์ท ดังนั้น เวลาไม่เข้าใจอะไร เราก็มีที่พึ่งแล้ววว เย้...
และระหว่างที่นายให้ย้ายขึ้นไปทำซัพพอร์ทชั่วคราว...นายก็ได้ assign โปรเจคให้ทำแล้วหล่ะ...ถึงแม้ว่า ท่าทางจะไม่ใช่โปรเจคที่ต้องไปอิมพลีเม้นท์นอกบริษัท แต่ก็ฟังดูน่าสนใจทีเดียว...อะไรอ่ะเหรอ...ยังไม่รู้หรอก ไว้ประชุมวันศุกร์เสร็จแล้วถึงรู้น่ะ...ตอนนี้ก็แค่ตื่นเต้นว่า...เมื่อไหร่จะได้เริ่มทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันซะทีว้า... 6月10日 หลงทางเสียเวลา...โบราณกล่าวไว้ว่า "หลงทางเสียเวลา หลงติดยาเสียอนาคต" แต่การหลงทางนอกจากเสียเวลาแล้ว ยังทำให้คนหลงทางเกือบ...เสียสติด้วย...
เราเคยจับระยะทางจากที่บ้าน ไปที่ซีเมนส์ ดูสิว่า การเดินทาง 1 ชั่วโมงของเราเนี่ย มันระยะทางทางเท่าไหร่...อืมม...ประมาณ 14 กิโลเมตร พ่อบอกว่า ไม่ไกลนะ แต่ขับยังไงน่ะ ตั้ง 1 ชั่วโมง อ้าวว...เราไม่ได้ขับอืดอาดนะ แต่กว่าจะฝ่าฟันรถที่ติดเป็นตังเมไปได้แต่ละด่านน่ะ มันน่าเหนื่อยใจขนาดไหน เราเลยฆ่าเวลาด้วยการ นั่งคุยโทรศัพท์กะเพื่อนบ้าง (ใครที่ตื่นเช้า แล้วอยากหาเพื่อนคุยตอนเช้า บอกนะ ช่วยฆ่าเวลารถติดให้เราหน่อย อิอิ) นั่งกินแซนวิชที่ห่อมาตอนเช้าบ้าง หรือว่า นั่งกินข้าวเหนียวหมู น้ำเต้าหู้บ้าง พอถึงที่ทำงาน 8 โมง ก็อิ่มพอดี ไม่ต้องลงไปหาอะไรกินอีก
1 เดือนที่ผ่านมา เราก็ใช้เวลาในการขับรถไปทำงานตอนเช้า 1 ชั่วโมงทุกวัน เดือนที่ 2 เราก็ได้รู้จักกะน้องที่เป็น internship คนหนึ่ง ซึ่งบ้านอยู่ใกล้ๆ บ้านเรา น้องเค้าบอกว่า โห...พี่ขับตั้ง 1 ชั่วโมงเลยเหรอ เนี่ย...นิ้งขึ้นทางด่วนมา ใช้เวลาแค่ ครึ่งชั่วโมงเท่านั้นเอง...
เหอออ...ครึ่งชั่วโมงเองเหรอเนี่ยยย...น้องนิ้งก็จัดการบอกทาง พลางวาดแผนที่พลาง...ปากก็อธิบายไปว่า...เนี่ย...พี่ก็ขับตามป้ายพระราม 9 มาเลยนะ พอถึงทางลง จะมีแยกอยู่ 3 แยก พี่ก็มาทางตรงกลางเลย แล้วก็ชิดขวา เพื่อรอเลี้ยวเข้า RCA เสียค่าผ่านทาง 5 บาท แล้วพอออกมาก็ชิดขวา ไปยูเทริ์น ก็ถึงบริษัทละ...เราก็พยักหน้าหยึกๆ ฟังดูขับมาไม่ยากนิหว่า...พลางถามย้ำอีกทีเพื่อจดจำรายละเอียดให้ได้มากที่สุด เพราะ รู้ตัวเองดีว่า...เก่งแต่เส้นทางที่เคยไปมาแล้วเท่านั้นหล่ะ
วันรุ่งขึ้น ต้องมีเทรนนิ่งตอน 8 โมงเช้า เอาเลยดีกว่า ดูดิ ว่า มันจะครึ่งชั่วโมงจริงป่ะ 7 โมงเช้าออกจากบ้าน ขับตรงดิ่งไปที่ด่านผ่านทางเลย จ่าย 40 บาท ขึ้นทางด่วนมาฉิวววว...เลย โอเค...ง่ายๆ...วิ่งตามป้ายพระราม 9 จนกระทั่งถึงทางลงเนี่ยหล่ะ...พอลงมา...เออ ทำไมมันไม่เหมือนแผนที่ที่วาดให้เมื่อวานหว่า...ไปซ้ายดี หรือ ขวาดี..เอาไงดีฟะ ไปทางไหนดี...โทรหาน้องนิ้งก็ไม่ติด...เอาไงดีฟะ เอาไงดีฟะ
ด้วยเซ้นท์ที่มีอยู่...เอาวะ ไปมันทางซ้ายเนี่ยหล่ะ...เออ...แล้วไปทางซ้ายมันมีอีก 2 แยก ไปแยก ซ้ายหรือขวาดีละเนี่ย...เหงือเริ่มแตก...พร้อมกับสติก็เริ่มแตกไปด้วย...คว้าโทรศัพท์ขึ้นมาจิ้มเบอร์เพื่อนที่คิดว่ารู้แผนที่ในกรุงเทพฯ ดีที่สุด...พร้อมกรอกเสียงอ่อยๆ ลงไป...ซูบี เราไม่รู้อยู่ตรงไหน แล้วก็ไม่รู้จะไปทางไหน - -' เพื่อนก็เหวออ...ไปหน่อยว่า...อ้าวว มรึงงงไม่รู้ว่า...มรึงงงอยู่หนายย แล้วจะให้ตรูบอกทางยังไงฟะ จะให้พูดไงดีอ่ะ มันไม่มีป้ายบอกเลยนิหว่าว่าตอนนี้เราอยู่ไหนแล้ว...เพื่อนก็เริ่มถาม...เพื่อจะเอาบริเวณรอบๆ มาแมบกับแผนที่ในหัว เพื่อจะบอกว่าให้เราไปทางไหน...
ระหว่างปากบอกไป...เท้าก็ต้องเหยีบคันเร่งไป...ในที่สุด...ก็หลงไปไหนก็ไม่รู้...เลยจอดตรงไหนทาง แวะถามคนเก็บค่าทางด่วน...ได้ความว่า ไปยูเทริ์นกลับ...จะได้ไปเพชรบุรีได้ ขับไปเรื่อยๆ เจอตึกอะไร ป้ายอะไรก็พูดไปเรื่อย เผื่อเพื่อนจะบอกทางได้ถูก...จนแล้วจนรอด...ก็หาที่ยูเทิร์นไม่เจอ...แต่เห็นป้ายบอกว่า ทางขวาไปเอกมัยได้...เอกมัย...ถ้าไปถึง คงพอจำอะไรได้บ้างหล่ะวะ...แต่แล้วว...มันก็มีทางแยก...เอออ ซูบีเราต้องไปทางไหนอ่ะ...เอออ...ตอนนี้เรายังไม่รู้เลยว่าอุ๊อยู่ตรงไหนอ่ะ เลยไม่รู้จะบอกให้ไปทางไหนดี...เราเลยตัดสินใจตรงไปก่อน...แล้ว...ก็เป็นการตัดสินใจผิดรอบสอง เฮ้อออ...
แต่ในที่สุด...สวรรค์คงเห็นว่า มันใกล้จะ 8 โมงแล้ว เดี๋ยวเราจะเข้าเทรนสาย ทำให้เพื่อนรู้จักสถานที่ที่เราเพิ่งพูดออกไป...หาที่ยูเทริ์นเลยอุ๊...พอยูเสร็จก็ตรงไปเรื่อยๆ เลย...ในที่สุดเราก็เห็นตึกชาญอิสระ จนได้ ใจเริ่มชื้นขึ้นมาหน่อย หลังจากแห้งผากมาเป็นเวลา เกือบ 40 นาที...ขับไปเรื่อยๆ ยังมีป้ายบอกทางอีกว่า เพชรบุรี / ทองหล่อ ชิดซ้าย...โอ้ววว...บทมันจะง่าย มันก็ง่ายซะงั้นน่ะนะ...
เราถึงออฟฟิศตอน 8 โมง...สรุปว่า วันนี้ ขึ้นทางด่วนมาไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลย ออกจากบ้านเวลาเดิม ถึงออฟฟิศเวลาเดิม แถมเสียเงินค่าทางด่วนเพิ่ม ผลาญน้ำมัน และก็เกือบเสียสติไปกะการหลงทาง...อืมม...สงสัยคราวหน้าลองใหม่...ไม่เข็ดซะง้านน่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า
6月3日 @Siemensเหอ เหอ เหอ...เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก...ตอนนี้ทำงานที่ซีเมนส์ได้ 1 เดือนละ เงินเดือนเดือนแรก ก็ใช้ไปเยอะละ (นี่แค่วันที่ 3 เองนะ ฮ่าฮ่าฮ่า) จริงๆ แล้วจะว่าไป...ไปทำงานก็ไม่ได้ทำงานอะไรเป็นจริง เป็นจังหรอก แต่กำลังนั่งปรับตัว แล้วก็เรียนรู้อะไรๆ ในซีเมนส์มากกว่า
ช่วงแรกอาจจะแย่หน่อย เพื่อนก็มะค่อยสนิท งานก็ไม่มีทำ...แต่พอผ่านมาสักเดือน...ก็เริ่มดีขึ้น (มั้ง) ก็ทำตัวเราให้สนิทกะคนอื่นซะ งาน...ก็ยังไม่มีเหมือนเดิมหล่ะ แต่ก็ยังดีได้เข้าเทรนนิ่ง ก็พอแก้เบื่อไปได้บ้างอ่ะ
แต่ที่นี่ก็ดี...เข้างานเมื่อไหร่ ก็เข้าปายยย...ทำมันให้ครบ 8 ชั่วโมงแล้วกัน ค่อยกลับบบ้าน...สำหรับเราตอนนี้ ก็ไปถึงที่ทำงาน 8 โมง 5.30 ก็เด้งงง...อิอิ ไปออกกำลังกายกะเพื่อนๆ ที่เชลล์ บ้าง ไปโต๋เต๋เองที่โลตัสก่อนกลับบ้านบ้างอ่ะ...
มีคนบอกว่า ช่วงนี้เป็นช่วงฮันนีมูน พีเรียด...เวลาว่างๆ อย่างนี้คงไม่มีบ่อย หากเริ่มงานเต็มตัวแล้ว เพราะฉะนั้น...ใช้มันให้คุ้มค่า...
5月28日 รู้บ้างไหม: : รู้บ้างไหม : : เธอมาเติมดาวให้เต็มขอบฟ้า เธอมาทำให้พระจันทร์เต็มดวง ทำให้คืนที่มันมืดมน สดใสสว่าง ไม่รู้เพราะเหตุใด เธอมาทำให้หัวใจหวั่นไหว เธอมาเติมรักให้เต็มดวงใจ ทำให้ใครต้องคิดถึงเธอ อย่างนี้ทุกคืน อย่างนี้ทุกวัน อยากจะรู้ ว่าเธอทำอย่างนี้ ได้ยังไง เหมือนมีมนต์ดลใจ สะกดฉัน ให้อยู่ในความฝัน แม้ยามตื่น ฉันก็ไม่อาจฝืน ห้ามใจไม่ให้รักเธอ รู้บ้างไหมว่าเธอทำให้คืนวัน มันช่างมีความหมาย แม้เธอไม่ตั้งใจ แต่โลกนี้ก็สดใส เพราะมีเธอ รู้บ้างไหมว่ามีใคร ที่เธอทำให้ชีวิตเปลี่ยนไป ให้ฉันได้เข้าใจ ว่ารักนั้นเป็นอย่างไร (ฉันขอบใจเธอ) เธอมาเติมดวงตะวันยากเช้า เธอมาทำให้สายลมบางเบา ทำให้โลกที่มันว่างเปล่า ไม่เหมือนวันเก่า ไม่เหงาอีกต่อไป เธอมาทำให้ฉันร้องเพลงรัก เธอมาทำให้หัวใจโบยบิน ทำให้ฉันเอาแต่ได้ยิน แต่เสียงหัวใจ บอกว่ารักเธอ อยากจะรู้ ว่าเธอทำอย่างนี้ ได้ยังไง เหมือนมีมนต์ดลใจ สะกดฉัน ให้อยู่ในความฝัน แม้ยามตื่น ฉันก็ไม่อาจฝืน ห้ามใจไม่ให้รักเธอ รู้บ้างไหมว่าเธอทำให้คืนวัน มันช่างมีความหมาย แม้เธอไม่ตั้งใจ แต่โลกนี้ก็สดใส เพราะมีเธอ รู้บ้างไหมว่ามีใคร ที่เธอทำให้ชีวิตเปลี่ยนไป ให้ฉันได้เข้าใจ ว่ารักนั้นเป็นอย่างไร (ฉันขอบใจเธอ) เหมือนว่าทุกสิ่ง เหมือนว่าทุกอย่างวันนี้ ที่ดูสวยงามเหลือเกิน เกิดขึ้นทันใด เมื่ออยู่ใกล้เธอ รู้บ้างไหมว่าเธอทำให้คืนวัน มันช่างมีความหมาย แม้เธอไม่ตั้งใจ แต่โลกนี้ก็สดใส เพราะมีเธอ รู้บ้างไหมว่ามีใคร ที่เธอทำให้ชีวิตเปลี่ยนไป ให้ฉันได้เข้าใจ ว่ารักนั้นเป็นอย่างไร (ฉันขอบใจเธอ) รู้บ้างไหมว่าเธอทำให้คืนวัน มันช่างมีความหมาย แม้เธอไม่ตั้งใจ แต่โลกนี้ก็สดใส เพราะมีเธอ รู้บ้างไหมว่ามีใคร ที่เธอทำให้ชีวิตเปลี่ยนไป ให้ฉันได้เข้าใจ ว่ารักนั้นเป็นอย่างไร (ฉันขอบใจเธอ) |
|
|